sugar-free-sweetener-system
หน้าแรก / ข่าวสารและบทความ

ซูคราโลส Acesulfame-K และหล่อฮังก้วย — ออกแบบระบบความหวานในสูตร Sugar Free

Knowledge · วัตถุดิบและสารสกัด
sugar-free-sweetener-system

การทำสูตร sugar free ไม่ใช่แค่ถอดน้ำตาลออกแล้วใส่สารให้ความหวานแทน เพราะน้ำตาลทำงานสองหน้าที่พร้อมกัน คือให้รสหวานและให้เนื้อ การออกแบบใหม่จึงต้องคิดเป็น “ระบบความหวาน” ไม่ใช่การแทนที่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

สามตัวหลักที่ใช้จริงในตลาดไทย

สารความหวานเทียบน้ำตาลโปรไฟล์รสความคงตัวจุดที่ต้องระวัง
ซูคราโลส
Sucralose
ประมาณ 600 เท่าใกล้เคียงน้ำตาลมากที่สุดในกลุ่ม ไม่มีรสโลหะทนความร้อนและกรดได้ดี ใช้ในงานอบและเครื่องดื่มพาสเจอไรซ์ได้ใช้เดี่ยวในปริมาณสูงจะเกิดรสหวานค้างลิ้น
เอซีซัลเฟม-เค
Acesulfame-K
ประมาณ 200 เท่าขึ้นรสเร็ว จบเร็วทนความร้อนและช่วง pH กว้างมากใช้เดี่ยวจะมีรสขมค้างปลายลิ้นชัดเจน
สารสกัดหล่อฮังก้วย
Mogroside V
ประมาณ 150–250 เท่า ขึ้นกับ % mogroside Vหวานขึ้นช้าและอยู่นาน มีกลิ่นผลไม้ติดมากับสารสกัดทนความร้อนและกรดได้ดีราคาสูงกว่ากลุ่มสังเคราะห์มาก และค่าความหวานผันตามเกรด

ตัวเลขความหวานเป็นค่าโดยประมาณจากการเทียบในน้ำ เมื่อเข้าสูตรจริงที่มีกรด ไขมัน หรือโปรตีน ค่าที่รับรู้จะเปลี่ยนเสมอ จึงต้องทำ bench test กับเมทริกซ์จริงทุกครั้ง ห้ามคำนวณจากตารางอย่างเดียว

ทำไมสูตรที่ดีมักใช้มากกว่าหนึ่งตัว

จุดอ่อนของสารให้ความหวานแต่ละตัวอยู่คนละช่วงเวลาของการรับรส เอซีซัลเฟม-เคขึ้นรสเร็วแต่ทิ้งความขม ซูคราโลสขึ้นรสช้ากว่าแต่ยืดรสได้ยาว เมื่อใช้ร่วมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ความหวานจะต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวและกลบข้อเสียของกันเอง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า sweetness synergy และมักทำให้ปริมาณรวมที่ต้องใช้ลดลงด้วย

สัดส่วนที่เหมาะสมไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องไล่ทดสอบกับเมทริกซ์ของตัวเอง สิ่งที่ควรทำคือล็อกระดับความหวานเป้าหมายก่อน แล้วค่อยไล่สัดส่วนระหว่างสองถึงสามตัวโดยคุมตัวแปรอื่นให้นิ่ง

เนื้อที่หายไปพร้อมน้ำตาล

น้ำตาลหนึ่งส่วนในสูตรผงอาจกินพื้นที่ 30–60% ของน้ำหนักรวม เมื่อถอดออกแล้วใส่สารให้ความหวานเข้มข้นที่ใช้เพียงเศษเสี้ยวของกรัม สูตรจะขาดเนื้อทันที ผลที่ตามมาคือผงไหลไม่ดี ตวงไม่ได้ปริมาณคงที่ และรสสัมผัสในปากเปลี่ยนไป

ตัวช่วยที่ใช้กันคือกลุ่ม bulking agent เช่น ใยอาหาร มอลโตเด็กซ์ทริน หรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ ทุกตัวมีผลต่อค่าคาร์โบไฮเดรตบนฉลากโภชนาการและต่อความชื้นของสูตร จึงต้องเลือกโดยดูทั้งเนื้อสัมผัส ฉลาก และความคงตัวไปพร้อมกัน

หล่อฮังก้วยผสมพรีไบโอติก ทำไมมาคู่กัน

วัตถุดิบกลุ่มนี้รวมสองปัญหาไว้ในถุงเดียว คือให้ความหวานจาก mogroside และให้เนื้อจากใยอาหารกลุ่มพรีไบโอติก เหมาะกับสูตรที่อยากได้ทั้งรสและเนื้อโดยไม่ต้องผสมเองหลายตัว

สิ่งที่ต้องถามก่อนสั่งคือ สัดส่วนระหว่างสารสกัดกับพรีไบโอติกเป็นเท่าไร เปอร์เซ็นต์ mogroside V ในสารสกัดเป็นเท่าไร และพรีไบโอติกที่ใช้คือชนิดใด เพราะทั้งสามข้อมีผลต่อความหวานต่อกรัม ราคาต่อหน่วยความหวาน และปริมาณใยอาหารที่จะไปแสดงบนฉลาก

สเปกที่ควรระบุในใบสั่งซื้อ

หมวดรายการ
Identityชื่อสาร เลข INS และ CAS ระบุเกรดอาหาร
Assayความบริสุทธิ์ขั้นต่ำ และสำหรับสารสกัดหล่อฮังก้วยต้องระบุ % mogroside V พร้อมวิธีวิเคราะห์
Physicalความชื้น เถ้า ขนาดอนุภาค การไหล และการละลาย
สารปนเปื้อนโลหะหนักตามประกาศว่าด้วยมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน และตัวทำละลายตกค้างกรณีเป็นสารสกัด
จุลินทรีย์จุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และรา และเชื้อก่อโรคตามที่กำหนด
เอกสารCOA รายล็อต สเปกชีต SDS หนังสือรับรองแหล่งกำเนิด และสถานะฮาลาลหรือวีแกนหากจะใช้อ้างบนฉลาก

กฎหมายที่ต้องเปิดดูก่อนตั้งสูตร

สารให้ความหวานทุกตัวเป็นวัตถุเจือปนอาหาร การใช้ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งอิงบัญชีของ Codex ปริมาณสูงสุดที่ใช้ได้ไม่ใช่ตัวเลขเดียวทั้งหมด แต่กำหนดแยกตามหมวดอาหาร จึงต้องเปิดดูหมวดที่จะยื่นขึ้นทะเบียนจริง

ส่วนการเคลมบนฉลากอย่าง “ไม่มีน้ำตาล” หรือ “น้ำตาล 0%” มีเงื่อนไขของตัวเองตามกฎหมายว่าด้วยการกล่าวอ้างทางโภชนาการ ต้องคำนวณจากค่าที่วิเคราะห์ได้จริงและผ่านการตรวจสอบกับฝ่ายขึ้นทะเบียนก่อนใช้